หลักการเลี้ยงปลา

วิธีเลี้ยงปลาอาศัยหลักการ ดังนี้ คือ
1. ทำเลที่ควรขุดบ่อ ควรพิจารณาเลือกทำเลที่ประกอบด้วยลักษณะดังนี้
       1.1 ใกล้แหล่งน้ำ คือ อยู่ใกล้ทะเล แม่น้ำ ลำคลองที่มีน้ำสะอาด สามารถใช้น้ำได้ทั้งปี สะดวกแก่การระบายหรือถ่ายเทน้ำในบ่อ
       1.2 ดิน ควรเป็นดินเหนียวหรือดินเหนียวปนทราย เพราะสามารถเก็บกักน้ำได้
       1.3 ระดับพื้นที่ ควรเป็นที่ราบเรียบ ไม่เป็นโขดหรือดอนเกินไป
       1.4 พืช เป็นเครื่องชี้บอกว่าดินดีเพียงใด พืชบางชนิดใช้เป็นอาหารและเป็นปุ๋ยในบ่อปลาได้
       1.5 น้ำไม่ท่วม
       1.6 ใกล้ตลาด
       1.7 การขนส่ง ควรอยู่ใกล้ทางคมนาคม
       1.8 ความปลอดภัย ควรเป็นที่สงบสุข ไม่มีโจรผู้ร้าย ไม่เป็นแหล่งโรคพยาธิ

2. บ่อปลา การสร้างบ่อควรดำเนินตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
       2.1 การวางผังบ่อ ควรกำหนดขุดสร้างบ่อเป็นขั้นๆ และสามารถขยายได้ในกาลข้างหน้า
       2.2 ยกคันบ่อตามแนวทางที่วางไว้ในแผนผัง โดยให้สูงกว่าระดับน้ำสูงสุดในรอบปีประมาณ 30 ซม.
       2.3 สร้างประตูระบายน้ำ ที่ประกอบด้วยตะแกรงตาถี่ 2 ชั้นและไม้อัดตรงกลางยกขึ้นลงได้
       2.4 บ่อปลา ควรเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า เพื่อสะดวกในการดูแลรักษาและการจับปลา
       2.5 ก่อนปล่อยปลาลงเลี้ยง ควรโรยปูนขาวให้ทั่วบ่อฆ่าเชื้อโรค ตากทิ้งไว้ประมาณ 15 วัน จึงจะปล่อยน้ำเข้า อีกประมาณ 7 วันต่อมาจึงถ่ายน้ำออกเพื่อรับน้ำใหม่
       2.6 ใส่ปุ๋ยมูลสัตว์ตากแห้งเพื่อให้เกิดอาหารพวกพืชและไรน้ำ สำหรับปลากินเป็นอาหาร
       2.7 คันบ่อควรปลูกต้นไม้ไว้เป็นร่มเงาแก่ปลา ส่วนภายในบ่อควรปลูกผักหญ้าที่จะใช้เป็นอาหารสำหรับคนและปลา
       2.8 เพื่อสะดวกในการให้อาหารปลาและรักษาความสะอาด ควรทำกระบะไม้ที่รองอาหาร
       2.9 ปล่อยปลาลงในบ่อเลี้ยงในตอนเช้าหรือตอนเย็น

3. ปลาที่ควรเลี้ยง ควรเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว หาพันธุ์ได้ง่าย มีลูกมาก ทนต่อสภาพท้องที่และลมฟ้าอากาศ เนื้อมีรสดี ได้แก่ ปลาไน ปลาสลิด ปลาดุก ปลาสวาย ปลาเทโพ ปลาเฉา ปลาลิ่น ปลาซ่ง ปลานวลจันทร์ทะเล ปลาแรด ปลาหมอตาล ปลากระบอก ปลากะพงขาว เป็นต้น

4. อาหารปลา แบ่งได้เป็น 2 ประเภทดังนี้
       4.1 อาหารธรรมชาติ ได้แก่ แหน ผักกระเฉด ผักตบชวา ผักบุ้ง ผักกาด หญ้าอ่อน จอก สาหร่าย เป็นต้น
       4.2 อาหารสมทบ ได้แก่ รำ เศษเนื้อ แมลง เศษอาหาร ปลาป่น เป็นต้น

5. การใส่ปุ๋ย มีส่วนช่วยให้ปลาโตเร็ว เพราะการใส่ปุ๋ยจะทำให้ดินและน้ำอุดมสมบูรณ์ เกิดอาหารธรรมชาติ ชนิดปุ๋ยและอัตราส่วนที่เหมาะสม ดังนี้
       5.1 ปุ๋ยคอก ได้จากมูลสัตว์ ควรตากให้แห้งก่อน อัตราการใช้ปุ๋ย 1 กก.ต่อเนื้อที่ 3 ตารางเมตร
       5.2 กากถั่ว อัตราส่วนกากถั่ว 1 กก.ต่อเนื้อที่ 20 ตารางเมตร
       5.3 ปุ๋ยหมัก โดยนำเศษหญ้า ฟาง หรือผักหมัก อัตราการใช้ปุ๋ยหมัก 6 กก.ต่อเนื้อที่ 10 ตารางเมตร
       5.4 ปูนขาว จะช่วยทำใหการใช้ปุ๋ยได้ผลอย่างรวดเร็ว ช่วยลดความเป็นกรดของดิน อัตราการใช้ปูนขาว 1 กก.ต่อเนื้อที่ 50 ตารางเมตร

6. ศัตรูปลาและวิธีกำจัด
       ศัตรูและโรคพยาธิของปลา
       1. โรคพยาธิ อาจเกิดจากน้ำเสีย เนื่องจากให้อาหารมากเกินไป อาหารบูดเน่า ปลาที่เป็นโรคควรจับแยกหรือทำลาย
       2. หอย บางชนิแย่งอาหารกิน ควรเก็บทำลาย
       3. ปลาบางชนิด เช่น ปลาดุก ปลาช่อน ปลาบู่ ปลาชะโด ปลาไหล เมื่ออยู่ในบ่อจะแย่งอาหารปลาที่เลี้ยง ควรป้องกันไม่ให้เข้าบ่อหรือจับทำลาย
       4. กบ เขียด กินลูกปลา ควรป้องกันไม่ให้มีในบ่อ
       5. สัตว์เลื้อยคลาน ได้แก่ งู ตะพาบน้ำ เหี้ย ควรจัหรือทำลาย
       6. นกกินปลา ป้องกันโดยใช้เชือกขึงขวางบ่อให้ถี่หรือจับทำลาย
       7. ภัยธรรมชาติจากลมฟ้าอากาศ เช่น ร้อนจัด หนาวจัด ขาดน้ำ น้ำเสีย อาจทำให้ปลาเป็นโรคหรือตาย ป้องกันโดยเปลี่ยนน้ำใหม่

       การกำจัดศัตรูปลา ได้แก่ พวกปลากินเนื้อ กุ้งฝอย หอย กบ และเขียด มีวิธีการดำเนินการดังนี้ คือ
       1. การใช้ปูนขาว เพื่อกำจัดศัตรูปลาจำพวกหอย ปลา ลูกกบและเขียด โดยระบายน้ำออกให้หมด แล้วใช้ปูนขาวโรยให้ทั่วพื้นบ่อ ใช้ปูนขาว 1 กก.ต่อเนื้อที่ 50 ตารางเมตร
       2. การใช้โล่ติ๊น ปลาบางชนิทนทานเป็นพิเศษ เช่น ปลาหมอ ปลาดุก ปลาช่อน ปลาไหล ควรระบายน้ำออกให้เหลือเพียงเล็กน้อย แล้ใช้โลติ๊นทุบให้แหลกแช่น้ำบีบเอาแต่น้ำนำไปสาดให้ทั่วบ่อ ในอัตราส่วนโลติ๊น 1 กก.ต่อน้ำ 10 ลูกบาศก์เมตร